ได้เวลาของคอลเลกชันกันหนาว เสื้อผ้าสวยๆออกมาอวดโฉมแล้วนะทุกคน เมื่อต้นเดือนเรามีโอกาสได้เที่ยวเชียงรายแบบจริงจังครั้งแรก บอกเลยว่าชอบมาก เป็นเมืองทางภาคเหนือของไทยที่คนไม่เยอะ ธรรมชาติแน่น อาหารอร่อย แถมคาเฟ่วิวดีและมีโลเคชั่นฮิปๆ ให้เช็คอินกันแบบนับไม่ไหว อากาศตอนกลางวันประมาณ 20 องศาเองคุณ ถ่ายรูปเพลินมาก
ใครว่าเชียงรายมีดีแค่วัด โนจ้าาาา วัดอะสวยจริงไม่เถียงเลย สวยแบบโอ้โห .. ยอม แต่ก็ยังมีอย่างอื่นที่น่าสนใจอีกนะ ตามมาดูกันเลย
พิกัดการเดินทางครั้งนี้
● วัดร่องเสือเต้น
● วัดห้วยปลากั้ง
● Madame Ching’s Garden
● YAYO FARM
● The BC2
● สวนคุณปู่ Life Museum

เช็คอินสถานที่แรกเมื่อมาเยือนเมืองเชียงราย “วัดร่องเสือเต้น” หรือที่ต่างชาติเรียกว่า Blue Temple ก็เพราะว่าทั้งวัดถูกทาด้วยสีน้ำเงินตัดด้วยสีเหลืองทองอย่างสวยงาม
จะสังเกตุเห็นว่าพญานาคคู่หน้าพระวิหารมีความอ้อนช้อยตามแบบฉบับเมืองล้านนา ยืนถ่ายรูปมุมนี้สวยมาก ย้ำว่ามาก อะไม่เชื่อดูรูป

ตามประวัติเล่าว่าตัววิหารของวัดใช้เวลาสร้างร่วม 11 ปีเชียวนะ ผู้สร้างชื่อ สล่านก ลูกศิษย์ของอาจารย์เฉลิมชัยผู้สร้างวัดร่องขุ่นที่โด่งดังไปทั่วโลกนั่นแหละ ทำให้วัดนี้ดูน่าสนใจและมีดีเทลซ่อนอยู่แทบทุกจุดของตัววัด งดงามไม่แพ้วัดร่องขุ่นแน่นอน

ตรงนี้จะเป็นจุดเช็คอินยอดนิยมตั้งอยู่บริเวณทางเข้าวัด ถ่ายยังไงก็ปัง เอาเป็นว่ามาแอ่วเชียงรายต้องจดที่นี่ไว้ในลิสแรกๆเลย นอกจากจะได้ภาพสวยๆ ยังได้ไหว้พระทำบุญเป็นสิริมงคลอีกด้วย
เปิดทุกวัน 7:00 – 20:00 น.
พิกัด : 306 หมู่ที่ 2 ถนนแม่กก ตำบลริมกก อำเภอเมือง เชียงราย 57100

ต่อที่ วัดห้วยปลากั้ง ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาสูง ทำให้มองเห็นวิวรอบๆแบบชัดเจน เนื่องจากตัววัดมีพื้นที่ขนาดใหญ่จึงมีรถรับส่งไว้บริการ แต่เราเลือกเดินขึ้นบันไดจ้า เพราะว่าอยากถ่ายรูปกับมังกรสีขาวที่ทอดยาวไล่ระดับอยู่นี่ละ

ถ้าเดินขึ้นไปบนสุดจะเจอกับเจ้าแม่กวนอิมขนาดมหึมาจัดอันดับว่าใหญ่สุดในประเทศไทย มีความสูงถึง 79 เมตร ด้านในมีลิฟท์ให้ขึ้นไปชมวิวมุมสูงของเชียงราย ค่าขึ้นลิฟท์คนละ 20 บาท แต่วันที่เราไปปิดปรับปรุงจ้า 555


ในบริเวณเดียวกันจะมีโชคธรรมเจดีย์ 9 ชั้น ที่ชาวบ้านนิยมมาขอพรตามราศี ตัวอาคารออกแบบผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมของประเทศจีนและแบบล้านนาของไทย ดูแปลกตา


จุดนี้จะอยู่ติดกันเลย สถาปัตยกรรมสีขาวทั้งหลัง มาแล้วแนะนำให้เดินดูให้ทั่วๆ ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกเยอะเชียว
ใครอยากแวะมาดูพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกที่นี่ก็สวยไม่แพ้กัน แล้วอย่าลืมแต่งกายสุภาพกันด้วยนะคะ
เปิดทุกวัน : 07.00 – 21.30 น.
พิกัด : 553 ม.3 ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย

ออกจากวัดมาที่สวนดอกมากาเร็ต Madam Ching’s Garden เสียค่าเข้า 40 บาทสามารถถ่ายรูปได้ทั้งวัน แถมไม่ต้องจองล่วงหน้าไฮไลท์คือรถโฟล์คสีชมพู กลางทุ่งดอกไม้ทางสวนมีเตรียมพร็อบเป็นร่ม ตะกร้า และชุดปิกนิกไว้ให้ด้วย


ใครๆก็รู้ว่าผู้หญิงกับดอกไม้เป็นของคู่กัน ยิ่งถ้ามาเจอแบบทั้งสวนขนาดนี้ มีความสุขสุดแล้ววิ่งถ่ายรูปเพลินเชียว ช่วงเย็นอากาศดี แสงสวย แต่คนก็จะเยอะหน่อยๆ


อย่าลืมเตรียมกระโปรงพริ้วๆมาถ่ายรูป คอสตูมดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เราเชื่อแบบนั้น 555
เปิด 8.30 – 17.30 น.
พิกัด : ตรงข้ามสนามฟุตบอลเชียงรายยูไนเตด ห่างจากสนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย 500 เมตร

ถึงร้านกาแฟร้านแรกบนดอยช้าง ชื่อว่า YAYO FARM ตั้งอยู่บนเนินเขา จิบกาแฟมองวิวได้แบบพาโนรามา ร้านนี้ถ้ามาถึงช่วงเช้าตรู่มีโอกาสเจอหมอกสูงมาก


ด้านในร้านตกแต่งแบบเรียบง่าย เน้นเปิดโล่งให้ลูกค้าได้สัมผัสกับวิวบนดอย เป็นอีก 1 ร้านยอดฮิตที่มีคนแวะเวียนกันมาทั้งวันแทบจะไม่ขาดสาย

มาถึงแหล่งปลูกกาแฟ จะไม่ชิมกาแฟก็จะดูมาไม่ถึงที่ร้านมีทั้งเมนูกาแฟทั่วๆไปและ Special coffee ต่างๆ


เราสั่งเมนู Yuzu on the hill คู่บานอฟฟี่มานั่งทานด้านนอก ในวันที่อากาศดี อารมณ์ดี กินอะไรก็อร่อยไปหมดเลยจ้า 555


ที่ร้านมีจุดให้ถ่ายรูปเยอะ ถ้าไม่ได้รีบไปไหนสามารถนั่งชมวิว จิบเครื่องดื่มกินขนมเพลินๆได้ทั้งวัน
เปิดทุกวัน : 8.30 – 17.30 น.
พิกัด : บนดอยช้าง

ขับรถต่อมาอีก 5 นาที ไม่ไกลกันมากจาก YAYO FARM จะเจอร้านกาแฟ The BC2 จุดเด่นของร้านนี้คือเครื่องดื่มและอาหารราคาไม่แพง วิวสวย ภายในร้านตกแต่งด้วยความเรียบง่ายไม่หวือหวาแต่มีเสน่ห์ตามแบบชาวอาข่า มีมุมขายโปสการ์ดน่ารักๆ สำหรับแขกที่อยากมีโมเมนต์ดีๆ เขียนส่งไปให้ตัวเองเก็บเป็นความทรงจำหรือเขียนส่งหาคนที่เรารักก็เก๋



จากตัวร้านกาแฟมองลงไปด้านล่างจะเห็นหมู่บ้านบนดอยช้าง และทิวเขาสลับซับซ้อนเราเคยเห็นรูปที่เค้าลงกัน ช่วงพระอาทิตย์ตกดินวิวตรงนี้พีคมาก
ได้สัมผัสกับลมเย็นๆ ทอดน่องจิบลาเต้ร้อนๆ โดยไม่ต้องรีบร้อน ช่างเป็นอีก 1 วันที่มีความสุขดีเนอะ
เปิดทุกวัน : 08.00 – 17.30 น.
พิกัด : 470 บ้านดอยช้าง ตำบล วาวี อำเภอแม่สรวย เชียงราย

อีกวันพอมีเวลาก่อนกลับขับรถขึ้นไปที่ดอยผาหมี แวะสวนคุณปู่ Life Museum คาเฟ่ที่มีแต่คนแนะนำว่าควรมาซักครั้งตอนเข่ายังดี 555 การเดินทางมายังที่นี่ต้องจอดรถบริเวณทางเข้าและเดินเท้าต่อมายังตัวคาเฟ่ แต่พีคตรงทางมานี่ละเป็นทางลาดด้วยซีเมนต์ชัดสุดอะไรสุด แนะนำรองเท้าผ้าใบเลยจ้า


เมื่อเดินมาถึงตัวร้าน เจอวิวแบบนี้ก็คุ้มแล้ว ฟิลเหมือนกำลังถูกธรรมชาติโอบกอด มีลมเย็นๆพัดมาจากทุกทิศ

มุมห้ามพลาด คือการเซลฟี่กับเขาคู่นี้แหละ ด้านล่างไกลๆนั่นคือตัวเมืองเชียงราย


ตัวร้านมีด้วยกัน 2 ชั้น นั่งมองวิวเดียวกัน อย่าลืมสั่งเมนูกาแฟมาลองเพราะเค้าปลูกเอง เก็บเอง และคั่วเองทั้งหมด สังเกตุได้จาก 2 ข้างทางที่เราเดินมาเต็มไปด้วยต้นกาแฟ

เปิดทุกวัน : 9.00-18.00 น.
พิกัด : ร้านตั้งอยู่ในซอย ผาหมี ซ.8 เลี้ยวซ้าย ทางแยกศูนย์บำบัดผาหมี

ได้เวลากลับบ้านแล้ว ปิดทริป 3 วัน 2 คืน แบบเต็มอิ่ม ขึ้นเครื่องแล้วหลับได้ยาวๆ 555
อย่าลืมเดินทางมาเชียงราย ต้อง Airasia น๊า เพราะมีไฟล์บินให้เลือกเยอะ เช็คอินออนไลน์ได้แบบสะดวกสบาย จองง่ายๆผ่าน Application : Air Asia หรือ www.airasia.com

ช่วงนี้ไฟล์บินของทุกเส้นทางจาก Air Asia จัดโปรบ่อยๆ วางแพลนก่อนสิ้นปีมีแต่คุ้ม ไปจ้าาาา ไปเที่ยวกัน

จบทริปนี้ทำให้เราพูดได้เต็มปากว่าเชียงรายคือเมืองในดวงใจ ที่ต้องมาซ้ำ รักอากาศ รักของกิน รักกลิ่นกาแฟและวัฒนธรรมของเมืองนี้
เอาจริงนะ..ถ้าถามเราเมื่อก่อนว่าภาคเหนือของไทยชอบจังหวัดไหนสุด ก็จะตอบเชียงใหม่แบบไม่ต้องคิด แต่ถ้ามาถามเราตอนนี้ ต้องขอนอกใจ ตอบเชียงรายแล้วน๊า
ทริปหน้า Chill With Me จะพาทุกคนบินลัดฟ้าไปเที่ยวเมืองไหนอีก ติดตามกันด้วยนะคะ 555 บายยย
No Comments